ผู้ป่วยติดเตียง
เคสตัวอย่าง — รอเนื้อหาจริง

ALS (Amyotrophic Lateral Sclerosis)

เรื่องราวการฟื้นฟูหนึ่งเคส เล่าตั้งแต่จุดเริ่มต้น สิ่งที่เราทำ และสิ่งที่เปลี่ยนไป

ALS (Amyotrophic Lateral Sclerosis) เป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทที่ส่งผลต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการอ่อนแรง กล้ามเนื้อกระตุก และกล้ามเนื้อลีบ ทั้งยังมีปัญหากับการพูด การเคี้ยว การกลืนอาหาร การเคลื่อนไหวร่างกาย และการหายใจ โดยอาจเกิดจากเซลล์ประสาทเสื่อมสภาพหรือถูกทำลาย และอาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจเสียชีวิตได้ ซึ่งในปัจจุบันก็ยังไม่มีวิธีการรักษาโรคนี้ให้หายขาดได้ ทั้งนี้ ผู้ป่วยโรค ALS มักจะเสียชีวิตภายในเวลา 3-5 ปี เนื่องจากระบบทางเดินหายใจล้มเหลว แต่มีบางเคสที่อยู่ได้มากกว่า10ปี ขึ้นกับการดูแลร่างกาย การทำกายภาพบำบัดก็ช่วยได้ในส่วนนั้น

สำหรับเคสสนี้ถือว่าเป็นอีกเคสที่น่าเห็นใจ

 ผู้ป่วยหญิงไทยอายู72ปี แรกพบด้วยอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวกเปียก พูดแล้วมีอาการเหนื่อย แพทย์วินิจโรคALS หลังจากที่ทำกายภาพบำบัดกับทีมเราได้6สัปดาห์ คนไข้สามารถนั่งได้ด้วยตัวเอง และเริ่มฝึกยืนและเดินกับwalkerโดยมีนักกายภาพบำบัดออกแรงช่วยยก อาการคนไข้สดชื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีกำลังใจที่ดีขึ้น ขอขอบคุณที่ตั้งใจทำกายภาพบำบัดและสู้กับโรคไปด้วยกันครับ
กลุ่มอาการ
ผู้ป่วยติดเตียง
ระยะเวลาฟื้นฟูโดยประมาณ
20
สัปดาห์
สถานการณ์
ผู้ป่วยที่นอนติดเตียงต่อเนื่องหลายเดือน มีอาการอ่อนแรงของขาทั้งสองข้าง แขนยังใช้งานได้
ปัญหาที่พบ
กล้ามเนื้ออ่อนแรง — แขน ขา หรือลำตัวมีกำลังลดลง ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ยากขึ้น ลุก นั่ง และเปลี่ยนท่าลำบาก — เช่น ลุกจากเก้าอี้ พลิกตัว หรือลุกจากเตียง กล้ามเนื้อตึงเกร็งและข้อติด — อาจทำให้เคลื่อนไหวไม่สะดวกและเกิดความไม่สบายตัว เหนื่อยง่าย — ความสามารถในการทำกิจกรรมลดลง จึงต้องวางแผนการใช้พลังงานให้เหมาะสม การหายใจลำบาก — เมื่อกล้ามเนื้อที่ช่วยในการหายใจอ่อนแรงลง อาจมีอาการหายใจตื้น เหนื่อย หรือไอขับเสมหะได้ไม่ดี พูดและกลืนลำบาก — ในผู้ป่วยบางราย กล้ามเนื้อที่เกี่ยวข้องกับการพูดและการกลืนอาจอ่อนแรง ทำให้สื่อสารหรือรับประทานอาหารยากขึ้น ช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง — เมื่อโรคดำเนินมากขึ้น อาจต้องใช้อุปกรณ์ช่วยและได้รับความช่วยเหลือจากผู้ดูแลมากขึ้น
แนวทางการดูแล
ฝึกการเคลื่อนไหวและยืดกล้ามเนื้อ เพื่อป้องกันข้อติดและลดความตึงตัว ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรงในระดับที่เหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงการฝึกที่ทำให้เหนื่อยมากเกินไป ฝึกการทรงตัว การยืน และการเดิน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงต่อการหกล้ม ฝึกการลุก นั่ง พลิกตัว และเคลื่อนย้าย เพื่อช่วยในการทำกิจวัตรประจำวัน ฝึกและดูแลระบบหายใจตามความเหมาะสมของผู้ป่วย แนะนำอุปกรณ์ช่วยเดิน การจัดท่า และวิธีดูแลผู้ป่วยให้แก่ครอบครัวและผู้ดูแล
ความก้าวหน้า
ผู้ป่วยเคลื่อนไหวและเปลี่ยนท่าได้สะดวกขึ้น ลดอาการตึงของกล้ามเนื้อและข้อติด ช่วยคงความสามารถในการยืนและเดินให้นานที่สุด รวมถึงเรียนรู้วิธีเคลื่อนไหวและใช้อุปกรณ์ช่วยอย่างปลอดภัย ทำให้สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
“ตอนแรกคุณป้า ขยับตัวค่อนข้างลำบากค่ะ พอได้ทำกายภาพต่อเนื่อง รู้สึกว่าตัวไม่ค่อยตึง ขยับตัวได้ดีขึ้น นักกายภาพใจเย็นและดูแลดีมากค่ะ มีสอนคนที่บ้านให้ช่วยฝึกต่อด้วย ขอบคุณมากนะคะ”
หลานสาว
·
รามคำแหง

ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละบุคคล เนื้อหานี้เป็นการเล่าประสบการณ์ ไม่ใช่การรับประกันผลการรักษา และเผยแพร่เมื่อได้รับความยินยอมแล้วเท่านั้น

อ่านต่อ

เคสอื่นที่ใกล้เคียงกัน

ชายไทย อายุ 61ปี โรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) มีอาการอ่อนแรงซีก

สถานการณ์
หลังเกิดโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยมีอาการแขนและขาขวาอ่อนแรง สามารถลุกยืนและเดินได้ในระยะสั้น แต่ยังเดินไม่มั่นคง ขาขวายกได้ไม่ดี ก้าวสั้น และมีปัญหาในการถ่ายน้ำหนักไปยังขาข้างที่อ่อนแรง ขณะเดินต้องมีญาติคอยดูแลใกล้ชิด โดยเฉพาะเวลาเลี้ยว เปลี่ยนทิศทาง หรือเดินในพื้นที่ต่างระดับ นอกจากนี้มือขวายังใช้งานได้ไม่คล่อง ทำให้กิจกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันต้องได้รับความช่วยเหลือ
แนวทาง
เน้นฝึกการควบคุมลำตัวและการทรงตัว เพิ่มกำลังกล้ามเนื้อข้างที่อ่อนแรง ฝึกการลงน้ำหนักและถ่ายน้ำหนักไปยังขาขวา รวมถึงฝึกลุก–นั่งและยืนโดยลดการชดเชยจากข้างที่แข็งแรง ฝึกการเดินโดยเน้นการยกขา การวางเท้า และความยาวของก้าว พร้อมฝึกการเลี้ยว เปลี่ยนทิศทาง และก้าวข้ามสิ่งกีดขวาง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินในชีวิตประจำวัน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 69 ปี ปวดหลังจากกระดูกสันหลังเสื่อม

สถานการณ์
มีอาการปวดและตึงบริเวณหลัง โดยเฉพาะหลังยืน เดิน หรือนั่งเป็นเวลานาน ลุกจากเตียงและเปลี่ยนท่าค่อนข้างลำบาก ทำให้กิจกรรมในชีวิตประจำวันลดลง
แนวทาง
ใช้เครื่องมือเพื่อลดปวด ประเมินการเคลื่อนไหวและกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ ฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวและสะโพก เพิ่มความยืดหยุ่น และแนะนำท่าทางในการลุก นั่ง และทำกิจกรรมต่าง ๆ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ผู้ป่วยหญิง อายุ 72 ปีภาวะ: ข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis)

สถานการณ์
มีอาการปวดเข่าโดยเฉพาะขณะลุกจากเก้าอี้ เดินเป็นระยะเวลานาน และขึ้น–ลงบันได ทำให้เริ่มลดกิจกรรมและไม่ค่อยอยากเดิน เมื่อเคลื่อนไหวน้อยลง กล้ามเนื้อรอบเข่าและสะโพกจึงอ่อนแรง ส่งผลให้การลุกและเดินยิ่งลำบากขึ้น
แนวทาง
เน้นเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบเข่า สะโพก และลำตัว ฝึกความยืดหยุ่น ฝึกลุก–นั่ง ฝึกการลงน้ำหนัก และแนะนำวิธีจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับอาการ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

เล่าอาการให้เราฟังก่อนได้ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการสอบถาม

ทีมนักกายภาพบำบัดจะช่วยประเมินเบื้องต้นว่าการฟื้นฟูที่บ้านเหมาะกับอาการหรือไม่ และควรเริ่มจากอะไร